เซ็นทรัลพัฒนา ทุบสถิติ All-Time High ผลประกอบการปี 2567 พุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ประกาศผลประกอบการปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ รายได้พุ่งทะลุ 51,843 ล้านบาท กำไรสุทธิสูงถึง 16,729 ล้านบาท และปันผลสูงสุดที่หุ้นละ 2.1 บาท เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปีก่อนหน้า ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตสะท้อนความสำเร็จของโมเดล Retail-Led Mixed-Use
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า จากผลประกอบการปี 2567 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในทุกมิติ ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น จ่ายปันผล และนิวไฮในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Retail-Led Mixed-Use Development คือกลยุทธ์ที่ถูกต้องในการสร้างความยั่งยืน และความสำเร็จให้กับธุรกิจ Retail และ Non-retail เติบโตเคียงข้างกันอย่างแข็งแกร่ง โดยมีศูนย์การค้าเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักอื่น ๆ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย, โรงแรม และอาคารสำนักงาน
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ Chief Finance, Accounting and Risk Management Officer บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ผลประกอบการใน ปี 2567 ของบริษัทฯ เติบโตดีเยี่ยมในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทฯ ได้รายงานงบการเงินปี 2567 ด้วยตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีรายได้รวมที่ 51,843 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อนหน้า พร้อมสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงถึง 15% รวมทั้งประกาศจ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2.1 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างการเติบโตและผลตอบแทนระดับสูงแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป
สำหรับ Retail ร้านค้ายอดขายเติบโต จำนวนทราฟฟิกศูนย์การค้าและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ผู้เช่ามั่นใจ และเลือกที่จะขยายธุรกิจไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ สร้างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จทุกสาขาทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี ดึงดูดผู้คนให้มาใช้บริการที่ศูนย์การค้า
ธุรกิจ Non-retail เติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างผลงานดีที่สุดควบคู่ไปกับรายได้ธุรกิจ Retail ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แบ่งเป็น
1.Residence บ้านและคอนโดมิเนียม โตทะยานสวนตลาดอสังหาฯ คอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ทั้งเอสเซ็นท์ นครสวรรค์ และ เอสเซ็นท์ นครปฐม ขายหมดอย่างรวดเร็ว
2.Office แข็งแกร่งสวนตลาด Occupancy Rate 90% ออฟฟิศติดศูนย์การค้าทั้ง 10 แห่งรอบกรุงเทพฯ และ centralwOrld Offices ได้รับความนิยมสูง
3.Hotel สร้างรายได้ New Record เสริมแกร่งโครงการมิกซ์ยูส นำโดย Hilton Pattaya ทำอัตราค่าห้องพัก รายได้เฉลี่ยต่อห้อง และรายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์, โรงแรมเซ็นทารา มี Performance ดีเยี่ยม รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด Hilton Garden Inn Rayong บนทำเลศักยภาพติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ไลฟ์สไตล์
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยมหภาคเชิงบวกที่ช่วยส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ จาก 4 ปัจจัย คือ
1) การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านการลงทุนในโครงการต่าง ๆ
2) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชนทั้งการบริโภคและการลงทุน
3) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
4) การส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องในปี 2568 และการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคที่คาดว่าจะสามารถเติบโต 3.3% จากปี 2567
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าด้วยกลยุทธ์การบริหารและฐานะการเงินแข็งแกร่ง สร้างความเติบโต ลงทุนระยะยาวตามแผนสร้างการเติบโตในอนาคต เตรียมเปิดตัวโครงการ Central Park ทั้งในส่วนศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน และโครงการ เซ็นทรัล กระบี่