‘ชัชชาติ’ ยืนยัน ไม่มีแผ่นดินไหวเพิ่ม อาคารโครงสร้างแข็งแรง วอนประชาชนตั้งสติ
‘ชัชชาติ’ ยืนยัน ไม่มีแผ่นดินไหวเพิ่มเติมอาคารโครงสร้างแข็งแรง วอนประชาชนตั้งสติ เผย สั่งการ ผอ. ทุกเขตใน กทม. พร้อมช่วยเหลือประชาชน-คอยดูสถานการณ์
วันนี้ (31 มี.ค. 68) ที่ศูนย์บัญชาการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว ว่า จากเมื่อเช้าที่มีเหตุการณ์ตื่นตระหนกในหลายพื้นที่กลัวว่าจะมีการสั่นไหวของอาคาร จนทำให้มีคนอพยพออกมาจากหลาย ๆ ตึก ซึ่งประเด็นแรกประชาชนต้องมีสติ แม้หลายคนก็ยังคงกลัวจากเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ (28 มี.ค. 68) ที่ผ่านมาอยู่ แต่หลังจากนี้จะเป็นเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นปกติของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีน้อยมาก และขนาดเล็กมากประมาณ 2.0 กว่าริกเตอร์ ซึ่งตามหลักแล้วแทบจะไม่ได้รับความรู้สึกอะไรเลย
ส่วนเหตุการณ์ในวันนี้มีสาเหตุมาจากน้ำหนักคนหรือไม่ยืนยันว่า ถ้าตึกผ่านเหตุการณ์วันศุกร์ (28 มี.ค. 68) ที่ผ่านมาได้ แปลว่าตึกสามารถรับน้ำหนักของโครงสร้างตัวเองได้ เมื่อเทียบน้ำหนักคนกับตัวโครงสร้าง น้ำหนักของโครงสร้างของตึกจะหนักมากกว่า ฉะนั้นถ้าตึกสามารถรับโครงสร้างของตัวเองได้ก็จะต้องรับน้ำหนักของคนได้เช่นกัน อยากให้ประชาชนตั้งสติให้ดี ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเช้าอาคารธานีนพรัตน์ กรุงเทพมหานคร ที่คนกังวลว่ามีการสั่นไหว จนทำให้มีการอพยพออกมา แต่พอไปดูตัวเลขทางวิทยาศาสตร์มีการสั่นไหวประมาณ 1 ใน 100 ได้ทุกอาคาร มีการขยับเขยื้อนเป็นปกติเวลาได้รับแรงลม ประชาชนต้องตั้งสติให้ดีอย่ากังวลจนเกินเหตุ หากยังกังวลต้องการให้ กทม. เข้าไปตรวจสอบจากเหตุการณ์ที่มีรอยร้าวเพิ่มขึ้นสามารถโทรแจ้งสายด่วน 1555 ซึ่เราก็จะส่งทีมลงพื้นที่ไปตรวจสอบ แต่รอยร้าวต้องระวังและสังเกตให้ดี เพราะหลายอาคารเป็นรอยร้าวเก่าแต่เราเพิ่งสังเกตเห็นวันนี้ก็จะทำให้เกิดความวิตกกังวลขึ้นได้ยืนยันว่า วันนี้ กทม. ไม่ได้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวทุกอย่างอยู่ในสถานการณ์ปกติ
เมื่อถามว่าหลายตึกที่มีรอยร้าวเมื่อช่วงเช้าจนต้องอพยพประชาชนอยู่ในตึกออกมาล้วนเป็นตึกที่ กทม. ตรวจสอบเป็นกลุ่มแรกนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า หากเป็นตึกราชการตามที่เราได้ตรวจสอบเราเข้าใจว่าไม่มีปัญหา อย่างที่บอกว่าตึกทุกตึกมีการสั่นไหวกว่าปกติ เพราะว่ามีแรงลมมันก็จะสั่นไหวบ้างนิดหน่อย แล้วก็ความรู้สึกต่าง ๆ ต้องคิด และตั้งสติให้ดีว่ามันเกิดขึ้นระยะยาวแบบวันศุกร์ (28 มี.ค. 68) ที่ผ่านมาหรือไม่
ส่วนเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนนั้น นายชัชชาติ ยืนยันว่า ได้ทำอยู่ตลอดอยู่แล้วถ้าเกิดมีข้อเรียกร้องอะไรมานั้น ยกตัวอย่างถ้าเป็นอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่ กทม. เรามีประมาณ 12,000 ตึก ที่เป็นอาคารที่ต้องตรวจสอบ แต่เจ้าของอาคารต้องเป็นผู้รับผิดชอบก่อน เพราะแต่ละอาคารจะมีเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบอาคารอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่รอให้ กทม. เข้าไปตรวจสอบ ส่วนตึกไหนที่มีรอยร้าวมีความเสียหายนั้นต้องสั่งหยุดโดยเจ้าหน้าที่ของอาคารก่อน จากนั้น กทม . จะค่อยเข้าไปเพิ่มความมั่นใจ โดยการตรวจสอบให้อีกระดับนึงไม่ใช่ว่าในตอนนี้การตรวจสอบ กทม. จะเป็นผู้ตรวจสอบไปเองทุกตึก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนตึกที่มีรายงานในช่วงเช้าว่ามีการสั่นไหวก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ หลังจากนั้นเราจะเอาข้อมูลจากการลงพื้นที่มาแถลงให้ต่อสื่อมวลชนทราบต่อไป ซึ่งจะเห็นว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พวกเราคิด เพราะฉะนั้นเราต้องคุยกันด้วยข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ กรณีที่หลายคนอาจจะมีความรู้สึกกังวลนั้น นายชัชชาติ มองว่า ไม่ได้ผิดอะไรเป็นเรื่องธรรมดา แต่อยากให้ตั้งสติให้ดี เพราะการอพยพโดยเร็วอาจทำให้เกิดอันตราย เช่น การแย่งกันหนีมันอาจจะเกิดความวุ่นวาย และขณะนี้ได้สั่งให้ ผอ. เขตทุกเขตในพื้นที่กทม. เตรียมพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชน และคอยดูสถานการณ์
ส่วนจะมีการสั่งออกมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมหรือไม่นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ตรงนี้ก็แล้วแต่สถานการณ์ ถ้าบางตึกยังไม่มั่นใจให้เราเข้าไปตรวจสอบก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ ดังนั้น ประชาชนในตอนนี้ต้องมีสติ ย้ำไม่ได้มีเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อกที่รุนแรง และไม่มีเหตุหมู่ชี้เลยว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงเกิดขึ้นหลังจากนี้ ฉะนั้นต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า เรื่องรอยร้าวหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีประชาชนแจ้งเข้ามาให้ไปตรวจสอบ 12,000 กว่ากรณี เบื้องต้นเรามีการประเมินจากภาพถ่ายคัดออกไป 9,000 กรณีว่าเป็นรอยร้าวที่ไม่อันตราย ขณะเดียวกันรอยร้าวที่ยังเป็นสีเหลืองมีประมาณ 465 กรณี เราไปตรวจสอบ 300 กรณีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่เหลือวันนี้จะมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบให้หมด เราคิดว่าไม่น่า กังวลอะไร รวมถึงกรณีตึกธานีนพรัตน์ของกทม. ที่คนตกใจกันในช่วงเช้า เบื้องต้นล่าสุดมีการสั่งให้ขึ้นไปทำงานหมดแล้ว