’สุชัชวีร์‘ ชี้ ประเทศไทยไม่มีประสบการณ์ รับมือแผ่นดินไหว และตึกใหญ่ถล่ม
ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง ญี่ปุ่น – อเมริกา มอง โครงสร้างผิดปกติ ไม่ตัดประเด็นทุจริตทิ้ง คาด ใช้เวลากู้ซากนับเดือน
วันนี้ (29 มี.ค.68) เมื่อเวลา 9:30 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอดีตนายกสภาวิศวกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตระหว่างก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวานนี้
ศ.ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยว่า เราพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาล และ กทม. ซึ่งพยายามที่ช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ภายใน โดยประเทศของเราไม่มีประสบการณ์แผ่นดินไหว และตึกที่ถล่มถึง 30 ชั้นมาก่อน เคยมีเพียงแค่เหตุการณ์ตึกถล่ม 6-7 ชั้นเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยากต่อการรับมือในการปฏิบัติการครั้งนี้ ดังนั้นเราขอความช่วยเหลือจากประเทศที่มีความรู้จากประสบการณ์จริง เช่น ประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยตอนนี้สมาชิกของตนก็เสนอความช่วยเหลือมาแล้ว เนื่องจากตนมีความใกล้ชิดกับทางญี่ปุ่น ถ้าหากว่ามีอะไรที่เราช่วย เราก็ยินดี
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่เราเห็นได้ชัดเจนว่า การปฏิบัติการนั้นไม่มีเครื่องมือที่เพียงพอ เราเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานทุกท่านทุ่มเท แต่การกู้ซากแบบนี้จะต้องมาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ ทีมวิศวกรอาสาได้ประชุมที่ศาลากลางแล้วเพื่อเสนอแนวคิดต่างๆ
ส่วนลักษณะการพังทลายของตึก นายสุชัชวีร์ ระบุว่า เหมือนอาคารระเบิด พร้อมย้ำว่า เป็นเหตุการณ์ผิดปกติที่มันพัง เนื่องจากตึกอื่นไม่พัง แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้สิ่งที่ต้องเร่งปฏิบัติ ให้เร็วที่สุดคือช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในโดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะต้องปลอดภัยด้วย
ทั้งนี้ เราจะต้องเก็บข้อมูลไปพร้อมกันให้ได้มากที่สุดเพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่โทษหรือว่าตำหนิใคร แต่ในส่วนที่บริษัทต่างประเทศเข้ามาสร้างตึกภายในประเทศประเทศไทย ตนไม่อยากให้มองประเด็นนี้ เพราะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาสร้างตึก และประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ได้มีเหตุการณ์สูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งมองว่ายังเร็วเกินไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง รวมทั้งเรื่องของการทุจริตด้วยเช่นกัน
อีกทั้ง ในอนาคตประชาชนคนไทยต้องยอมรับว่า เราเป็นประเทศที่อยู่ในเขตแผ่นดินไหว โดยเฉพาะ แนวเลื่อยศรีสวัสดิ์ และแนวเลื่อนสกาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรอยเลื่อนใหญ่ของเมียนมา โดยทางรัฐบาลต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และเราต้องเรียนรู้ที่จะต้องเผชิญเหตุอยู่กับแผ่นดินไหว และการปรับตัว
ทั้งนี้ ในการสัมภาษณ์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ได้มีการวาดแผนผังลักษณะของโครงสร้างตึก พร้อมกับอธิบายการพังทลายของตึก ที่ผิดปกติ ตึก 33 ชั้น ที่มีเสาเข็ม เสาข้าง มีลิฟต์ที่เป็นเหมือนกระดูกสันหลัง โครงสร้างคาน เชื่อมต่อกับประดูกสันหลัง และคานสำคัญ เมื่อเสาข้างล่างแตก มันมีความผิดปกติอย่างชัดเจน ขณะที่ฐานรากใต้ดิน จะเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบได้ ซึ่งมองว่าเหตุการณ์ในการกู้ซากตึกถล่มนี้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน